เรื่องทั้งหมดโดย admin

โรค ฝีในสมอง

โรค ฝีในสมอง

อาการ

1. มีไข้สูง High fever

2. มีอาการปวดศีรษะบริเวณด้านข้าง Having a headache on the side

3. คลื่นไส้ อาเจียน Nausea and vomiting

4. สมองบวม Swollen brain

5. ชักกระตุก Chore

6. มีอาการอัมพาตชั่วคราว With temporary paralysis

สาเหตุ

1. ผู้ป่วยสำลักน้ำที่มีเชื้อราหรือเชื้อแบคทีเรีย เชื้อโรคก็จะเข้าสู่ร่างกาย และจะลุกลามเข้าสู่สมองต่อไป

Patients choking water with fungi or bacteria The germ will enter the body. And will spread into the brain

2. ติดเชื้อในกระแสเลือด อันมีสาเหตุมาจาก ฟันผุ โรคหัวใจ และโรค ปอด เป็นต้น

Blood stream infection Which is caused by tooth decay, heart disease and lung disease etc.

3. การลุกลามของเชื้อโรคเข้าสู่สมอง เช่น เชื้อโรคจากการป่วยเป็น ไซนัสและหูน้ำหนวก

The spread of germs into the brain, such as pathogens from sickness Sinus and otitis media

4. เชื้อโรคเข้าสู่สมองตามบาดแผลที่เกิดขึ้นบริเวณสมอง เช่น ถูกไม้ เสียบทะลุศีรษะ กลายเป็น ฝีในสมอง

The pathogen enters the brain according to the wounds that occur in the brain, such as being inserted through the head, becoming a brain abscess.

5. ภาวะแทรกซ้อนของการติดเชื้อระหว่างผ่าตัดสมอง

Complications of infection during brain surgery

การรักษา

ไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษา ซึ่งแพทย์มักจะรักษาด้วยวิธีการผ่าตัด ระบายหนองออก และให้กินยาควบคู่ไปด้วย โดยต้องกินยาอย่างต่ำ 2-4 เดือน เพื่อป้องกันการเกิดซ้ำ และเมื่อรักษาหายแล้ว แพทย์จะทำการเอกซเรย์ สมองอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีฝีหลงเหลืออยู่ในสมองอีก

Go to see a doctor for treatment Which doctors often treat with surgery, drainage, and take medicine along with By having to take medicine at least 2-4 months to prevent recurrence And when he was healed The doctor will do X-ray The brain again ensures that no abscess is left in the brain again.

วิธีป้องกัน หลีกเลี่ยงการกินขนมหวาน น้ำอัดลม ซึ่งจะเป็นสาเหตุให้ฟันผุได้ง่าย หมั่นไปตรวจสุขภาพฟันอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง และหากพบว่ามีฟันผุควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อทำการอุดฟันป้องกันเชื้อโรคกระจายสู่สมอง เมื่อป่วยเป็นไซนัสและหูน้ำหนวกควรรีบรักษาให้หายขาด เพื่อ ป้องกันเชื้อแพร่กระจายสู่สมอง ออกกำลังกายให้สุขภาพแข็งแรง และช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันโรคให้กับ ร่างกาย

Preventive methods Avoid eating sweets, soft drinks which can cause tooth decay easily. Regularly check for dental health at least 2 times a year and if found

รู้หรือไม่

• ฝีในสมองที่มีขนาดใหญ่มักจะกดทับบริเวณเส้นประสาท ทำให้ผู้ ป่วยเสียการทรงตัว และการเคลื่อนไหว ถ้าหากทิ้งเอาไว้นานๆ โดยไม่ยอมไป พบแพทย์เพื่อรับการรักษา ผู้ป่วยอาจจะเสียชีวิตในที่สุด

Large brain abscesses tend to press on the nerves, causing patients to lose balance. And movement If left for a long time without going to see a doctor for treatment The patient may eventually die.

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ : Google / Youtube

แนะนำติชม : chinamediaoverseas.com

โรค เนื้องอกในสมอง

โรค เนื้องอกในสมอง

อาการ

1. ปวดศีรษะรุนแรงเมื่อลุกขึ้นยืนและเดิน ซึ่งผู้ป่วยจะมีอาการปวด เรื่องติดต่อกันนานเป็นเดือน Severe headache when standing and walking Which the patient will have pain About consecutive months

2. อาเจียนแบบพุ่งโดยไม่มีอาการคลื่นไส้ Vomiting with no nausea.

3. เดินเซคล้ายคนเมา Walking like a drunk.

4. ตามัวเห็นภาพซ้อน ผู้ป่วยบางรายอาจตาเหล่และตากระตุก ตลอดเวลา Blurred vision Some patients may have strabismus and twitching eyes all the time.

5. แขน ขาชาและอ่อนแรง มือและเท้าทำงานไม่ปกติ Limbs, numbness and weakness Hands and feet do not work properly.

6. มีอาการชัก เกร็งทั้งร่างกาย Have seizures of the whole body

7. ความจำเสื่อม Amnesia

8. มีอาการเซื่องซึมและบุคลิกจะค่อยๆ เปลี่ยนกลายเป็นคนเก็บตัว With drowsiness and personality will gradually Changed to become an introvert

9. หากเนื้องอกเกิดขึ้นใต้ต่อมใต้สมองจะทำให้ผู้หญิงประจำเดือนมา ไม่ปกติและมีน้ำนมไหลออกมาแม้ไม่ได้ตั้งครรภ์ If the tumor occurs under the pituitary gland, it will cause the menstrual period to come. Not normal and there is milk flowing out even if not pregnant.

สาเหตุ

1. กรรมพันธุ์ congenital

2. เกิดจากเนื้อเยื่อภายในกะโหลกศีรษะ เนื้อเยื่อสมอง ต่อมใต้สมอง และหลอดเลือด มีก้อนเนื้อเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ซึ่งก้อนเนื้อนี้จะมีขนาด ใหญ่ขึ้นตามการเจริญเติบโตของร่างกาย Caused by tissues within the skull Brain tissue, pituitary gland and blood vessels are naturally formed. Which this lump is sized Bigger as the body’s growth

การรักษา

รีบไปพบแพทย์โดยด่วน เพื่อทำการเอกซเรย์ตรวจคลื่นสมอง และ ทำการผ่าตัดเอาเนื้องอกออก ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้นาน เนื้องอกจะมีขนาดใหญ่ ขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้การผ่าตัดลำบาก และเนื้องอกอาจไปกดทับเส้นประสาท ทำให้สมองเสียหาย และอาจทำให้ผู้ป่วยพิการได้ Rush to see a doctor immediately To perform brain wave x-ray examination and perform surgery to remove the tumor Which if left for a long time The tumor will grow larger, resulting in difficult surgery. And the tumor may press the nerve Cause brain damage And may make the patient disabled

วิธีป้องกัน

1. หากมีอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรงนานติดต่อกันเกิน 7 วัน อย่า ปล่อยทิ้งไว้ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจทันที If there is a severe headache for more than 7 consecutive days, do not leave it. Should seek medical attention immediately.

2. หากมีสมาชิกในครอบครัวเคยป่วยเป็นโรค เนื้องอกในสมอง คุณควร หาโอกาสไปตรวจสมองเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง If a family member has ever had a brain tumor, you should look for a chance to check your brain regularly at least once a year.

นอกจากนี้ เนื้องอกในสมองมักมีชื่อเรียกแยกตามชนิดของเซลล์ที่เป็นเนื้องอก เช่น เนื้องอกไกลโอมา (Gliomas) เนื้องอกเยื่อหุ้มสมอง (Meningiomas) เนื้องอกเส้นประสาทหู

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ : Google / Youtube

แนะนำติชม : chinamediaoverseas.com

โรค เยื่อหุ้มสมองอักเสบ

โรค เยื่อหุ้มสมองอักเสบ

อาการ 1. มีไข้สูง แม้จะกินยาลดไข้แล้วไข้ก็จะไม่ลด 2. ปวดศีรษะมากโดยเฉพาะเวลาที่ก้มหรือเงยหน้า 3. กระสับกระส่าย รู้สึกมึนงง และสับสน 4. กลัวแสงและมองเห็นสิ่งรอบตัวไม่ชัดเจน 5. คลื่นไส้ อาเจียน และกลืนอาหารยากกว่าปกติ 6. มีอาการชักและหมดสติในที่สุด

สาเหตุ

  1. ผู้ป่วย โรค แสเลือด ทำให้เกิดอาการเยื่อหุ้มสมองอักเสบซ้ำอีก

2. เยื่อหุ้มสมองและไขสันหลังติดเชื้อโรคที่มีหนอง

3. เชื้อวัณโรคที่แพร่กระจายจากปอด เข้าสู่เยื่อหุ้มสมองผ่านทาง กระแสเลือด

4. เชื้อรา ซึ่งจะเข้าสู่ร่างกายโดยการหายใจเข้ามาทางปอด ผ่านกระแส เลือดแล้วไหลไปยังเยื่อหุ้มสมอง โดยเชื้อรานี้มีชื่อว่าคริปโตค็อกคัส (Cryptococcus) มักพบในขี้ไก่และขึ้นกพิราบ

5. พยาธิตัวจี๊ดไชผ่านลำไส้และเข้าสู่กระแสเลือดไปยังเยื่อหุ้มสมอง ทำให้เกิดภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบได้

การรักษา

ไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาโดยด่วน เนื่องจากอาการของโรคเยื่อหุ้ม สมองอักเสบจะคล้ายๆ กับการป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ แต่จะต่างกันที่ผู้ป่วยจะ เจ็บตรงต้นคอมากเป็นพิเศษ โดยแพทย์จะฉีดยาลดอาการเกร็ง และเจาะ บริเวณหลังดูดเอาน้ำไขสันหลังไปตรวจวัดหาความผิดปกติ เพื่อจะได้ให้การ รักษาที่ถูกวิธี

วิธีป้องกัน

1. เมื่อป่วยเป็นโรคคางทูมต้องรีบรักษาให้หายโดยเร็วที่สุด เพื่อป้องกัน เชื้อแพร่กระจายสู่กระแสเลือด

2. ห้ามเข้าใกล้ผู้ป่วยโรควัณโรค และผู้ปกครองควรพาบุตรหลานไปรับ การฉีดวัคซีนบีซีจีตั้งแต่แรกเกิด เพื่อป้องกันการเป็นวัณโรค

3. ป้องกันการติดเชื้อโดยกินยาปฏิชีวนะไรแฟมพิซิน ในกรณีที่เผลอไป สัมผัสกับผู้ป่วยโรคกาฬหลังแอ่น

4. หากป่วยเป็นโรคหูน้ำหนวกหรือหูชั้นกลางอักเสบ อย่าปล่อยทิ้งไว้ควรรีบรักษาเพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคแพร่กระจายเข้าสู่สมอง

5. ห้ามกินหอยโข่ง กุ้ง ปลาดิบ เพราะจะทำให้พยาธิตัวจี๊ดเข้าสู่ร่างกาย ได้ง่ายมากขึ้น

6. สำหรับเกษตรกรต้องใส่รองเท้าบู๊ต และหาผ้ามาปิดจมูกทุกครั้ง เดินเหยียบมูลไก่และมูลนกพิราบ

7. ฉีดวัคซีนป้องกันโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ

รู้หรือไม่

เชื้อโรคที่ทำให้เกิดอาการเยื่อหุ้มสมองอักเสบ จะอยู่ในร่างกายของ คนเรานานถึง 3 เดือนกว่าจะแสดงอาการออกมา

ในหอยโข่ง หอยปัง หอยเชอร์รีดิบ จะมีตัวอ่อนของพยาธิตัวจี๊ดฝัง อยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งพยาธิตัวจี๊ดเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดโรคเยื่อหุ้ม สมองอักเสบ

อาการ 1. ปวดศีรษะอย่างรุนแรง 2. มึนงง สับสนกับสิ่งรอบข้าง และจำอะไรไม่ค่อยได้ 3. พูดจาโต้ตอบช้า และตอบคำถามไม่ตรงกับที่คิดไว้ 4. มีปัญหาในการมองเห็น และการได้ยิน 5. คลื่นไส้อาเจียน

6. อารมณ์แปรปรวนอยู่ตลอดเวลา

7. ร่างกายอ่อนเพลียโดยไม่ทราบสาเหตุ 8. มีอาการชัก 9. ในบางรายอาจมีอาการอัมพาตชั่วคราว

สาเหตุ

1. หากบริเวณสมองถูกรังสีบางประเภท เช่น รังสีจากจอคอมพิวเตอร์ รังสีไมโครเวฟติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆ ก็จะทำให้เกิดมะเร็งสมองได้

2. ร่างกายได้รับและสะสมสารเคมีในกลุ่มไนโตรโซ (nitros0 Compound) ไว้มากจนเกินไป ทำให้มีโอกาสที่จะเป็นมะเร็งสมองสูง

3. การแพร่กระจายของเชื้อมะเร็งที่มีอยู่ในร่างกาย ผ่านเข้ามาทาง กระแสเลือดและไหลเวียนเข้าสู่สมอง

4. กรรมพันธุ์

การรักษา

ให้ผู้ป่วยรีบไปพบแพทย์ ซึ่งแพทย์จะทำการตรวจคลื่นสมองด้วยวิธี การเอกซเรย์สมองด้วยคอมพิวเตอร์หรือการทำซีทีสแกน (CT-scan) เพื่อหา ตำแหน่งการกระจายตัวของมะเร็งในสมอง จากนั้นแพทย์จะตัดชิ้นเนื้อและ เจาะไขกระดูกสันหลังนำไปตรวจเพื่อวินิจฉัยระดับการป่วย ซึ่งผู้ป่วยอาจจะ เลือกวิธีการรักษาด้วยวิธีคีโมบำบัดหรือการฉายแสง ซึ่งถ้ามะเร็งลุกลามมาก แพทย์อาจทำการผ่าตัดทันที

วิธีป้องกัน

  1. หากมีอาการปวดศีรษะรุนแรงติดต่อกันนานๆ ควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อทำการตรวจตั้งแต่เนิ่นๆ และป้องกันไม่ให้มะเร็งกระจายไปทั่วสมอง If a severe headache persists for a long time Should seek medical attention For early detection And prevent cancer spread throughout the brain

2. หากคุณมีคนในครอบครัวป่วยเป็นโรคมะเร็งสมอง คุณควรจะไปพบ แพทย์เพื่อตรวจสมองอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

3. กินอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย งดอาหารที่ทำให้เสียงต่อการ เกิดมะเร็ง เช่น ไก่ย่างที่ถูกเผาจนไหม้เกรียม หมูปิ้งไหม้ๆ ปลาเผาเกรียมๆ

4. หลีกเลี่ยงการอยู่ท่ามกลางรังสีและสารเคมีในกลุ่มไนโตรโซ Avoid being surrounded by radiation and chemicals in the nitro group.

5. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้สุขภาพแข็งแรง

รู้หรือไม่

มะเร็งสมองสามารถเกิดได้ในทุกเพศทุกวัย แต่กลุ่มผู้ป่วยที่ติดเชื้อ เอชไอวีเป็นกลุ่มที่มีโอกาสสูงมากที่จะป่วยเป็นมะเร็งสมอง

หากคุณป่วยเป็นโรคมะเร็งไม่ว่าจะบริเวณใดในร่างกายก็ตาม ควร รีบรักษาให้หายโดยเร็ว เพราะหากปล่อยทิ้งไว้ เชื้อมะเร็งจะแพร่กระจาย กระแสเลือดและไหลเวียนเข้าสู่สมองทันที

Go to the doctor for urgent treatment. Due to the symptoms of membrane disease Encephalitis is similar And being ill with influenza But will be different to the patient The pain in the neck is very special. The doctor will inject the medicine to reduce the symptoms of spasticity and puncture in the back area, sucking the cerebrospinal fluid to check for abnormalities. In order to give Correct treatment

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ : Google / Youtube

แนะนำติชม : chinamediaoverseas.com

โรคสมองอักเสบ

โรคสมองอักเสบ

อาการ 1. มีไข้ 2. ปวดศีรษะ 3. อาเจียน 4. อ่อนเพลียและปวดเมื่อยตามร่างกาย 5. หายใจติดขัด และหายใจไม่เป็นจังหวะเมื่อสูดลมหายใจเข้าและออก 6. ผู้ป่วยจะรู้สึกง่วงนอนโดยไม่มีสาเหตุ 7. ร่างกายเกร็งและชักกระตุก 8. ในบางรายอาจมีอาการอัมพาตที่แขนและขา9. หากไม่รีบไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาภายใน 10 วัน ผู้ป่วยอาจจะ เสียชีวิตทันที Symptoms 1. Fever 2. Headache 3. Vomiting 4. Fatigue and aches in the body 5. Breathing and breathing is not rhythmic when inhaling and exhaling 6. Patients will feel sleepy without cause 7. Body contraction and convulsions 8. In some cases, there may be paralysis on the arms and legs. 9. If not rushing to see a doctor for treatment within 10 days, the patient may die immediately.

สาเหตุ

1. เกิดจากเชื้อไวรัสเจแพนสบี (Japanese B virus) ซึ่งพบในหมู หนู นก ม้าและแพะ แพร่กระจายมาสู่คนโดยมียุงที่มีเชื้อคิวเล็กซ์ (Culex) และเอดีส(Aedes) เป็นตัวพาหะ

2. สมองติดเชื้อไวรัสที่แฝงตัวมากับเชื้อพิษสุนัขบ้า เชื้อโปลิโอ และเชื้อ เริม

3. เมื่อป่วยเป็นโรคหัด หัดเยอรมัน และคางทูม ผู้ป่วยไม่ยอมไปรักษา และปล่อยทิ้งไว้จนเชื้อโรคเหล่านี้แพร่กระจายผ่านกระแสเลือดและเข้าสู่สมอง

การรักษา

ปัจจุบันยังไม่มียาชนิดใดที่สามารถรักษาโรคสมองอักเสบได้ ดังนั้น เมื่อพบว่ามีอาการที่ต้องสงสัยว่าจะป่วยเป็นโรคสมองอักเสบควรไปพบแพทย์ ให้เร็วที่สุด ซึ่งในเบื้องต้นแพทย์จะให้การรักษาเพื่อบรรเทาอาการ เช่น ให้ยา ลดไข้ ให้น้ำเกลือ และในบางรายที่มีอาการหนัก อาจจะต้องใช้เครื่องช่วย หายใจร่วมด้วย

วิธีป้องกัน 1. ทำความสะอาดแอ่งน้ำรอบบ้านเพื่อป้องกันไม่ให้ยุงมาอาศัย 2. หลีกเลี่ยงไม่ให้ยุงกัดPreventive methods 1. Clean the basin around the house to prevent mosquitoes from living. 2. Avoid mosquito bites.

3. ควรแยกคอกเลี้ยงหมู ม้าและแพะ ให้ไกลจากบ้านพักและที่อยู่ อาศัย เพราะเป็นสัตว์ที่มีเชื้อไวรัสเจแพนีสบอยู่ The pigs, horses and goats should be separated from the house and residence because they are animals that have the virus.

4. พาลูกหลานที่มีอายุครบ 1 ขวบ ไปรับการฉีดวัคซีนป้องกัน โรคสมองอักเสบ ซึ่งจะต้องฉีด 3 เข็ม โดย 2 เข็มแรกจะฉีดห่างกันไม่เกิน 15 วัน และเข็มสุดท้ายจะฉีดหลังจากนั้นประมาณ 1 ปี

5. ฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัด โรคหัดเยอรมัน และโรคคางทูม

รู้หรือไม่

โรคสมองอักเสบจะระบาดหนักในช่วงฤดูฝน และผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้ มักเป็นคนแก่และเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 14 ปีอาการของโรคสมองอักเสบจะคล้ายๆ กับการป่วยเป็นไข้หวัดหรือ ไข้มาลาเรีย ดังนั้นถ้าไม่แน่ใจว่าป่วยเป็นโรคอะไร คุณควรรีบไปพบแพทย์เพื่อ รับการวินิจฉัยโรคและรับการรักษาที่ถูกวิธี

 หลังจากทำการรักษาจนหายแล้ว ผู้ป่วยโรคสมองอักเสบประมาณ 50% จะมีอาการพิการทางร่างกาย เช่น เป็นอัมพาตครึ่งซีกและมีภาวะความ จำเสื่อม

Encephalitis will spread during the rainy season. And those who have this disease Often older people and children under the age of 14, the symptoms of encephalitis are similar. With illness, flu or malaria, so if not sure what disease is You should hurry to see a doctor for Receive diagnosis and receive correct treatment.After treatment About 50% of encephalitis patients have physical disabilities, such as hemiplegia and amnesia.

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ : Google / Youtube

แนะนำติชม : chinamediaoverseas.com

โรค ที่เกิดในสมอง

คุณอาจจะยังไม่รู้ว่าปัจจัยแวดล้อมรอบตัวก็ส่งผลให้ป่วยเป็น โรค สมองได้ ไม่ว่าจะด้วยการกินอาหารที่มีไขมันสูงมากเกินไป การสูบบุหรี่ จัดและความเครียด ก็ล้วนแต่เป็นตัวการใหญ่ที่จ้องจะทำร้ายสมองของคุณ

You may not yet know that the surrounding environment results in brain disease, either by eating too much fat, smoking and stress. It’s all a big thing that stared to hurt your brain.

โดยทั่วไปสมองเป็นส่วนประกอบของร่างกายที่มีความบอบบางมาก และเมื่อสมองถูกกระทบกระเทือนเพียงเล็กน้อยจากอุบัติเหตุหรือจากภาวะ โรค หลอดเลือดในสมองตีบและโป่งพอง ก็จะส่งผลทำให้การมองเห็น การ ได้ยิน การพูด รวมถึงการเคลื่อนไหวและทรงตัวของร่างกายผิดปกติ

In general, the brain is a very fragile body. And when the brain is only slightly affected by an accident or from a stroke and an aortic aneurysm Will result in seeing, hearing, speaking, including movement and balance of the body abnormally

ดังนั้นก่อนที่ โรค สมองจะมาเยือน คุณควรทำความเข้าใจและหาวิธี ป้องกันไม่ให้โรคร้ายมาเข้าใกล้สมองของคุณ ซึ่งโรคที่เกี่ยวข้องกับสมองก็มี มากมาย ดังนี้

โรคเส้นเลือดในสมองตีบ

อาการ 1. มึนงง สับสน และรู้สึกเวียนศีรษะมาก 2. จู่ๆ ก็เกิดอาการเดินเซ ทรงตัวไม่อยู่ และล้มโดยไม่ทราบสาเหตุ 3. แขนและขาอ่อนแรง 4. ลิ้นแข็ง พูดไม่ชัด 5. หูมีปัญหาในการได้ยินเสียง 6. ตาพร่ามัว มองเห็นสิ่งรอบตัวไม่ค่อยชัดเจน 7. กลืนอาหารลำบากและเกิดอาการสำลัก 8. ระยะเวลาของการเกิดโรคจะใช้เวลาเพียง 10 – 15 นาที

สาเหตุ

1. เกิดจากเกล็ดเลือด ลิ่มเลือดและไขมัน ไปสะสมบริเวณผนังหลอดเลือดมากจนเกินไป ทำให้ผนังหลอดเลือดหนา ส่งผลให้เลือดไหลผ่านไปเลี้ยง สมองได้น้อยลง

2. โรคเส้นเลือดในสมองตีบ มักจะเกิดภายใน 1 สัปดาห์ หลังจากที่ ผู้ป่วยมีอาการเส้นเลือดโป่งพองแตก เนื่องจากสารที่อยู่ในเลือดทำปฏิกิริยา ให้เส้นเลือดค่อยๆ ตีบลง

3. พันธุกรรมก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคเส้นเลือดในสมองตีบ

การรักษา 1. หากมีอาการตามที่ได้กล่าวมาแล้วในข้างต้น ผู้ป่วยควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรับการรักษาอย่างถูกวิธี เนื่องจากโรคเส้นเลือด สมองตีบไม่มียาที่จะช่วยรักษาให้หายขาด แต่มียาที่จะช่วยบรรเทาอาการให้ ทุเลาลงได้เท่านั้น

2. ผู้ป่วยโรคเส้นเลือดในสมองตีบ ควรหมั่นไปทำกายภาพบำบัดตาม ที่แพทย์นัด เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

3. สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการเดินไม่ได้ต้องนอนอยู่บนเตียง ญาติควรหมัน พลิกตัวผู้ป่วยให้เปลี่ยนอิริยาบถ เพื่อป้องกันโรคแทรกซ้อนและแผลกดทับ

วิธีป้องกัน

1. งดสูบบุหรี่ เพราะสารคาร์บอนมอนอกไซด์จะเป็นตัวเร่งให้เกิดการ ระคายเคืองในผนังหลอดเลือด

2. หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง

3. ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ เพื่อให้การทำงานของเส้นเลือดในสมอง เป็นไปอย่างปกติ

4. ไม่โหมทำงานหนักมากจนเกินไป 5. พักผ่อนให้เพียงพอ 6. ควรไปตรวจเลือดทุกปี เพื่อจะได้หาวิธีป้องกันปัจจัยการเกิดโรค

รู้หรือไม่

การรักษาโรคเส้นเลือดในสมองตีบด้วยยาหม้อหรือยาต้ม นอกจากจะ ไม่บรรเทาอาการของโรคแล้ว ยาหม้อยังจะทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ เช่น โรคกระเพาะติดเชื้อเรื้อรัง และภูมิคุ้มกันบกพร่อง ดังนั้นคุณไม่ควรไปหลงเชื่อ สรรพคุณของยาหม้อที่มีการอวดอ้างเกินจริง

โรคเส้นโลหิตในสมองโปร่งพอง

อาการ

1. ผู้ป่วยมักจะมีอาการปวดศีรษะบริเวณท้ายทอย และต้นคออย่างฉับ พลัน หรืออาจจะรู้สึกเหมือนถูกของแข็งฟาดที่ต้นคออย่างแรง

2. มีอาการคลื่นไส้และอาเจียน

3. พูดไม่ชัด หรือสิ่งที่คิดว่าจะพูดไม่ตรงกับสิ่งที่พูดออกไป เช่น เรียก ผลส้มว่า แอปเปิล

4. แขน ขา อ่อนแรง 5. เป็นลมหมดสติ

6. หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ผู้ป่วยอาจหยุดหายใจและเสีย ชีวิตในที่สุด

สาเหตุ

1. เกิดจากความผิดปกติของผนังหลอดเลือดแดงซึ่งจะค่อยๆ โป่งพอง คล้ายลูกโป่ง จนเมื่อมีขนาดใหญ่ก็จะแตกในที่สุด ซึ่งผู้ป่วยมักจะเป็นผู้สูงอายุ

2. ผู้ป่วยบางคนมีความผิดปกติทางหลอดเลือดในสมองติดตัวมาตั้ง แต่เกิด ซึ่งหลอดเลือดในสมองที่ผิดปกตินั้น จะมีขนาดใหญ่ขึ้นตามการเจริญ เติบโตทางร่างกายของผู้ป่วย

การรักษา

ผู้ป่วยควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อทำการวินิจฉัยโรคในเบื้องต้น ซึ่งแพทย์ จะใช้วิธีตรวจโดยการทำซีทีสแกน (CT-scan) และหากยังไม่พบสาเหตุแพทย์จะฉีดสารทึบแสงลงในสายสวนเส้นเลือดแดงที่จะสอดเข้าไปบริเวณด้านหน้า ต้นขา แล้วเอกซเรย์บริเวณศีรษะ ซึ่งจะทำให้เห็นว่าเส้นเลือดเส้นใดในสมอง โป่งพอง และทำการวินิจฉัยขั้นตอนการรักษา หากผู้ป่วยมีอาการเส้นเลือดใน สมองโป่งพองมาก แพทย์จะดำเนินการผ่าตัดในทันที

วิธีป้องกัน 1. ห้ามเครียดเพราะจะยิ่งไปเพิ่มความกดดันให้เส้นเลือดมากขึ้น 2. หลีกเลี่ยงการอยู่ท่ามกลางมลพิษทางอากาศ 3. ควบคุมน้ำหนักไม่ให้อ้วนจนเกินไป

4. ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ เพื่อให้การทำงานของหลอดเลือดใน สมองเป็นไปตามปกติ

5. เมื่อรู้ตัวว่ามีอาการเส้นเลือดในสมองโป่งพอง ควรรีบปรึกษาแพทย์ โดยด่วน เพราะยิ่งปล่อยไว้นาน โอกาสที่สมองจะได้รับการกระทบกระเทือนก็ จะมีสูงมากขึ้น

6. ผู้ป่วยที่ผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว ต้องหมั่นทำกายภาพบำบัด เพื่อให้การ ทำงานของเส้นเลือดกลับมาเป็นปกติโดยเร็วที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้เส้นเลือด โป่งพองซ้ำ

7. ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวานและในผู้สูงอายุ เป็นกลุ่ม เสียงที่มักจะเกิดโรคเส้นเลือดในสมองโป่งพองได้ง่าย ดังนั้นจึงควรหมั่นไปพบ แพทย์เพื่อทำการตรวจเช็กสมองอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

รู้หรือไม่

ผู้ป่วยโรคเส้นเลือดในสมองโป่งพองมากกว่าครึ่งมักจะเสียชีวิต เนื่องจากไม่รีบไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษา ซึ่งหากปล่อยให้เส้นเลือดโป่งพองนานๆ ในที่สุดเส้นเลือดในสมองก็จะแตก แล้วเลือดก็จะไหลไม่หยุด ส่ง ผลให้ระบบการไหลเวียนของเลือดไม่ปกติและทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตในที่สุด

 หลังจากที่เกิดอาการเส้นเลือดในสมองแตกแล้ว ผู้ป่วยมีโอกาสสูง ที่จะเป็นโรคอัมพาตหรืออัมพฤกษ์แบบฉับพลัน ซึ่งถือเป็นอาการที่เกิดหลัง เกิดโรค

โรค ที่เกิดในสมอง

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ : Google / Youtube

แนะนำติชม : chinamediaoverseas.com

การทำงาน ของสมอง 25 หน้าที่ของสมองที่คุณไม่รู้ไม่ได้

อย่างที่รู้ๆ กันดีว่าสมองทำหน้าที่ควบคุมอารมณ์ ความรู้สึก การทำงาน ของร่างกาย แต่คุณทราบหรือไหมว่าแท้ที่จริงแล้วสมองยัง ทำหน้าที่คอยบังคับสั่งการให้ร่างกายทำอะไรต่อมิอะไรได้มากมายหลาย อย่าง ซึ่งพอจะจำแนกการทำงานของสมองได้ 25 ข้อ ดังนี้As you know, the brain is responsible for controlling the emotions and feelings of the body, but do you know that the brain is actually Acting as a force to command the body to do a lot of things that can be classified as 25 brain functions as follows.

1.ควบคุมการทำงานของระบบประสาททั้งหมด

2. ควบคุมความรู้สึกนึกคิด การตัดสินใจ

3. ควบคุมความจำ ไหวพริบ สติปัญญา และความเฉลียวฉลาด

4. ควบคุมความรู้สึกด้านการสัมผัสทั้ง 5 เช่น การมองเห็น ได้ยิน ดมกลิ่น ชิมรส และการพูด

5. ควบคุมการทำงานของต่อมใต้สมองที่จะคอยผลิตฮอร์โมนต่างๆ ให้กับร่างกาย

6. ควบคุมฮอร์โมนต่างๆ ในร่างกาย เช่น ฮอร์โมนเพศ  ให้อยู่ในระดับปกติ

7. ควบคุมอุณหภูมิร่างกายให้เป็นปกติเพื่อสุขภาพที่ดี

8. ควบคุมการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อในร่างกาย ช่วยให้ทรงตัว เคลื่อนไหวดี เช่น การเดิน การวิ่ง ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

9. ควบคุมการเจริญเติบโตของกระดูก กล้ามเนื้อ และอวัยวะภายใน

10. ควบคุมเกี่ยวกับการดูดซึมน้ำกลับของไต

11. ควบคุมระดับการใช้โปรตีน

12. ควบคุมกล้ามเนื้อทุกส่วนบริเวณใบหน้า เช่น การยิ้มหรือการยักคิ้ว

13. ควบคุมการเคลื่อนไหวของดวงตา ทำให้ลูกตากลอกกลิ้งได้ และ ควบคุมการเปิดปิดของม่านตา

14. ควบคุมสมดุลของปริมาณน้ำและสารละลายในเลือด

15. ควบคุมการเผาผลาญอาหาร

16. ควบคุมการหดตัวและการขยายตัวของเส้นเลือด

17. ควบคุมการทำงานเหนืออำนาจจิตใจ เช่น ไอ จาม สะอึก เป็นต้น

18. กำหนดอัตราการหายใจและการเต้นของหัวใจ

19. รักษาความดันเลือดให้อยู่ในสภาวะที่เป็นปกติ

20. รักษาระดับเกลือแร่ในร่างกาย

21. รักษาและกำหนดวงจรการตื่นและการหลับ การหิว การยิ้ม และความรู้สึกทางเพศ

22. คอยทำหน้าที่รับรู้และสนองตอบต่อความรู้สึกเจ็บปวด พร้อมทั้ง สั่งการให้ร่างกายแสดงออกพฤติกรรมด้านความเจ็บปวด เช่น ถ้าคุณรู้สึก ปวดท้องจากอาการเกร็ง สมองก็จะสั่งให้คุณแสดงออกทางสีหน้าในลักษณะ คิ้วย่นเข้าหากัน พร้อมกับการทำอาการตัวงอซึ่งแสดงถึงอาการปวดท้อง

23. ช่วยให้คุณประมวลผลแยกแยะที่จะเลือกกระทำสิ่งที่ดีและสิ่งที่ชั่ว

24. ควบคุมความรู้สึก และอารมณ์ต่างๆ เช่น ดีใจ และเสียใจ

25. ช่วยประมวลภาพของสิ่งที่เห็นเพื่อให้คุณนำไปใช้ตัดสินใจได้อย่าง ถูกต้อง

ดังนั้นเมื่อทราบแล้วว่าเจ้าก้อน สมองของคุณทรงอิทธิพลต่อการ ทำงานของร่างกายแค่ไหน ก็อย่าลืม ดูแลเอาใจใส่เจ้าสมองก้อนน้อยนี้ไว้ด้วย เพื่อให้ร่างกายของคุณได้ทำงานอย่าง มีประสิทธิภาพสูงสุด

การทำงาน ของสมองซีกขวาและซีกซ้าย เพื่อให้เห็นการทำงานของสมองได้ละเอียดมากยิ่งขึ้น จึงขอแจกแจง การทำงานของสมองซีกซ้ายและซีกขวา มาให้คุณผู้อ่านได้พิจารณา และ ทำความเข้าใจกับการทำงานของสมองมากยิ่งขึ้น

สมองซีกขวา จะควบคุมการทำงานของอวัยวะซีกซ้ายของร่างกาย โดย สมองซีกขวาจะทำหน้าที่สร้างสรรค์จินตนาการทางศิลปะ ดนตรี รวมไปถึง การรับรู้สัญชาตญาณและอารมณ์ความรู้สึก ซึ่งสมองซีกขวาจะสามารถสั่งให้ กระบวนการต่างๆ ภายในร่างกายทำงานพร้อมกันได้ในวันที่

คนที่ชอบใช้สมองซีกขวามักจะทำงานที่เกี่ยวข้องกับด้าน ต่างๆ ดังต่อไปนี้ได้ดี

1. ด้านศิลปะแขนงต่างๆ 2. งานที่เกี่ยวกับอารมณ์ขัน 3. ชอบงานที่ใช้ภาษาง่ายๆ ที่ไม่ซับซ้อน 4. ชอบศึกษาความคิดเชิงปรัชญา 5. ชอบจัดสวนหรือปรับแต่งต้นไม้ให้กลมกลืนกับธรรมชาติ 6. มีความสามารถในงานฝีมือและงานประดิษฐ์

7. ชอบงานที่เกี่ยวข้องกับการใช้ความคิดสร้างสรรค์ งานออกแบบ เช่น ครีเอทีฟโฆษณาและจิตรกร เป็นต้น

8. รักการอ่านและเขียนหนังสือ เนื่องจากสามารถแต่งแต้มจินตนาการ ลงในงานเขียนได้เป็นอย่างดี

9. อาชีพศิลปิน ดารา นักแสดง ซึ่งที่มักจะแสดงอารมณ์และความรู้สึก ทั้งทางร่างกายและคำพูด

รู้หรือไม่

 คนที่ใช้สมองซีกขวาบ่อยๆ ส่วนมากจะถนัดเขียนหนังสือมือซ้าย หรือใช้งานมือซ้ายได้ดีกว่า

ข้อควรระวังคือการใช้สมองซีกขวาเพียงด้านเดียว อาจทำให้เป็น คนขาดระเบียบ ใช้ชีวิตไม่ค่อยมีแบบแผนขั้นตอน สื่อสารกับคนอื่นไม่ค่อย เข้าใจ

สมองซีกซ้าย จะควบคุมการทำงานของอวัยวะซีกขวาของร่างกาย โดย สมองซีกซ้ายจะควบคุมการแสดงออก และทำหน้าที่ในการคิดอย่างมี สามัญสำนึก เป็นเหตุเป็นผล รวมถึงวิเคราะห์ แยกแยะรายละเอียด จัดลำดับ ความสำคัญของข้อมูล ตีความสัญลักษณ์ในภาษา อักษร และตัวเลข ได้ดี ซึ่งสมองซีกซ้ายนั้นสามารถสั่งให้กระบวนการต่างๆ ภายในร่างกายทำงาน ได้ที่ละอย่าง

คนที่ชอบใช้สมองซีกซ้ายมักจะทำงานที่เกี่ยวข้องกับด้าน ต่างๆ ดังต่อไปนี้ได้ดี

1.พูดโน้มน้าวจิตใจคน 2. การตีความหมายของภาษา3. การวิเคราะห์เวลาและความเสี่ยง 4. อาชีพที่ต้องใช้การคำนวณ บวก ลบ คูณ หาร ตัวเลข 5. การจัดหมวดหมู่ แยกประเภทสินค้าต่างๆ 6. ผู้บริหารที่ต้องวางแผนอย่างมีเหตุผล เป็นขั้นเป็นตอน 7. งานที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ 8. นักกีฬา ที่ต้องใช้กล้ามเนื้อแขนและขา 9. อาชีพที่ต้องใช้ความแม่นยำสูงเช่น ศัลยกรรมแพทย์ วิศวกร เป็นต้น

รู้หรือไม่

• คนที่ใช้สมองซีกซ้ายบ่อยๆ ส่วนมากมักจะถนัดขวา

• ข้อควรระวังของการใช้สมองซีกซ้ายเพียงด้านเดียว อาจเป็นต้นเหตุ ให้เกิดความเครียดสูง

โดยปกติคนเราจะใช้สมองทั้งซีกขวาและซีกซ้าย ส่วนจะใช้ซีกใดมาก กว่ากันก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่เจอ เพราะการทำงานของสมองต้องมี การใช้ด้วยกันทั้ง 2 ซีก เนื่องจากร่างกายไม่สามารถทำงานจากการ การของสมองเพียงซีกเดียวได้

การทำงาน ของสมอง 25 หน้าที่ของสมองที่คุณไม่รู้ไม่ได้

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ : Google / Youtube

แนะนำติชม : chinamediaoverseas.com

ส่วนประกอบ “สมอง”

เป็นเรื่องน่าอัศจรรย์ใจมากที่เจ้าก้อนกลมๆ อย่างสมองของคุณ จะเป็นกลไกสำคัญที่จะคอยสั่งและควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกายได้ และสมองยังคอยควบคุมความรู้สึกนึกคิด จินตนาการ และยังสั่งการให้คุณทำสิ่งต่างๆ ด้วย แต่การทำงานของร่างกายจะเกิดจากการสั่งการของเนื้อสมอง อย่างเดียวไม่ได้ สมองจึงจำเป็นต้องทำงานเป็นดรีมทีมควบคู่กับเซลล์ และระบบประสาทต่างๆ ซึ่ง ส่วนประกอบ ของสมองสามารถจำแนกได้เป็น ส่วนๆ ดังนี้

It is very amazing that the round ball Like your brain Will be an important mechanism to order and control the functions of various organs Within the body And the brain still controls the mind, imagination and also instructs you to do things, but the work of the body is caused by the command of the brain. Not only The brain needs to work as a dream team in conjunction with the cells. And various nervous systems in which the components of the brain can be classified as follows:

เนื้อสมอง สมองมี 2 ชั้น คือชั้นแรกจะมีเนื้อสีเทา (Gray matter) มีลักษณะเป็นรอยหยักที่คอยห่อหุ้มเนื้อสมองชั้นที่ 2 ที่มีสีขาว (White mater) ไว้ ซึ่งในเนื้อ ชั้นที่ 2 นี้จะมีขนาดเล็กกว่าสมองชั้น 1 มาก แต่ภายใต้เนื้อที่เล็กๆ นี้จะเป็นที่อยู่ของแกนประสาทที่มีเยื่อไมอีลินอยู่ ซึ่งโดยทั่วๆ ไป สมองจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ดังนี้

1. สมองส่วนหน้า (Forebrain) เป็นสมองที่อยู่ด้านหน้าสุดของส่วนบริเวณกะโหลกศีรษะ คอยทำ หน้าที่ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อในส่วนของการมองเห็น ดมกลิ่น ชิม รส และการพูด

2. สมองส่วนกลาง (Midbrain) อยู่ถัดจากสมองส่วนหน้า ทำหน้าที่รับส่งประสาทระหว่างสมองส่วน หน้ากับส่วนท้ายและรายงานการเคลื่อนไหวของลูกตาและม่านตาไปยังสมองส่วนหน้า

3. สมองส่วนท้าย (Hindbrain) ติดกับเส้นประสาทไขสันหลัง ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อภายในร่างกายให้เป็นปกติดี

รู้หรือไม่ : ภายใต้กะโหลกศีรษะของคนเรา สมองจะมีน้ำหนักโดยเฉลี่ย ประมาณ 1.4 กิโลกรัม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นน้ำหนักสมองต้องขึ้นอยู่กับรูปร่าง และน้ำหนักของแต่ละบุคคลด้วย โดยสมองจะเจริญเติบโตเต็มที่ราวๆ ช่วงอายุ 18-20 ปี

2. เซลล์ประสาท เซลล์ประสาทจะกระจายอยู่ทั่วสมอง ซึ่งเซลล์ประสาทจะมีประมาณ 10 – 12 พันล้านล้านเซลล์ หรือราวๆ 90% ของเซลล์ประสาททั้งหมดที่มีใน ร่างกาย ซึ่งเซลล์พวกนี้จะทำหน้าที่ส่งผ่านข้อมูลจากเซลล์ประสาทหนึ่งไปยัง เซลล์หนึ่ง เพื่อช่วยปรับร่างกายทั้งภายนอกและภายในให้เกิดสมดุลกับสภาพ แวดล้อม

รู้หรือไม่ : ในการขับเคลื่อนการทำงานของเซลล์ประสาทต้องใช้น้ำตาลกลูโคส 2% จากกลูโคสที่มีทั้งหมดในร่างกาย และต้องใช้ออกซิเจนถึง 20% จาก ออกซิเจนทั้งหมดที่ร่างกายนำไปใช้Do you know: To drive neuron function, 2% glucose is used from all glucose in the body. And requires 20% oxygen from all the oxygen used by the body

3. ต่อมใต้สมอง ต่อมใต้สมองเป็นต่อมไร้ท่อ อยู่ในโพรงกะโหลก ตรงส่วนด้านหลังลูกตา มีขนาดเล็กเท่าเม็ดถั่ว หรือโดยประมาณ 1-1.5 ซม. ทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนที่ควบคุมต่อมผลิตฮอร์โมนเพศ กระตุ้นการสร้างเซลล์สืบพันธุ์ ช่วยควบคุมใน การปัสสาวะไม่ให้มากเกินไปและช่วยเพิ่มปริมาณน้ำตาลในเลือดด้วย

รู้หรือไม่ : ฮอร์โมนเอสโตรเจน ที่ช่วยกระตุ้นให้ผู้หญิงมีประจำเดือนก็ถูก ผลิตออกมาจากต่อมใต้สมองนี่เอง

4. เส้นประสาทไขสันหลัง เส้นประสาทไขสันหลังจะอยู่ใต้ต่อมใต้สมอง จะทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของร่างกาย คอยรับ-ส่งความรู้สึกและสั่งการไปยังหน่วยปฏิบัติงาน ของกล้ามเนื้อและต่อมต่างๆ

รู้หรือไม่ : คนเรามีเส้นประสาทไขสันหลังกระจายอยู่ทั่วร่างกายถึง 31 คู่ และ การทำงานของเส้นประสาทไขสันหลังนี้ จะทำงานสอดคล้องกับความ รู้สึกของคุณตลอดเวลา เช่น เมื่อคุณรู้สึกว่าเจ็บจากการที่ยุงกัดแขน คุณก็จะกระตุกแขนตามไปด้วย

5. เยื่อหุ้มสมอง ส่วนประกอบ ทั้งหมดของสมองจำเป็นต้องมีเยื่อหุ้มสมอง (Meninges) โอบล้อมรอบสมองทั้งหมดไว้ด้วยกัน ซึ่งเยื่อหุ้มสมองจะ แบ่งเป็น 3 ชั้น ดังนี้

1. เยื่อหุ้มสมองชั้นนอก (Dura mater)มีหน้าที่ป้องกันไม่ให้สมองกระทบกระเทือน ซึ่งเยื่อหุ้มสมองชั้นนอกนี้ จะมีลักษณะเหนียวและแข็งแรงมา

2. เยื่อหุ้มสมองชั้นกลาง (Arachoid mater)อยู่ถัดจากเยื่อหุ้มสมองชั้นนอก มีลักษณะเป็นเยื่อบางๆ เคลือบเยื่อ หุ้มสมองชั้นในไว้

3. เยื่อหุ้มสมองชั้นใน (Pia mater) จะอยู่เกือบติดกับเนื้อสมองและคอยทำหน้าที่ส่งอาหารไปเลี้ยงสมองผ่านทางเส้นเลือดเล็กๆ ที่กระจายอยู่ทั่วสมอง

รู้หรือไม่ : ในระหว่างเยื่อหุ้มสมองชั้นกลางกับชั้นในจะมีการบรรจุของเหลวที่ เรียกว่า น้ำเลี้ยงสมองไขสันหลังไว้ เพื่อคอยทำหน้าที่ให้สมองและ ไขสันหลังเปียกชื้นอยู่เสมอ
สมอง จึงเป็นส่วนประกอบสำคัญของร่างกาย ที่บางครั้งคุณก็มักจะลืม ให้ความใส่ใจกับเจ้าสมองก้อนน้อยนี้ ทว่าสิ่งนี้แหละคือสิ่งสำคัญที่จะต้องได้ รับการดูแลใส่ใจ เพราะการทำงานหลักๆ ของสมองคือการควบคุมการทำงาน ของร่างกาย

ส่วนประกอบ “สมอง” “Brain” components

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ : Google / Youtube

แนะนำติชม : chinamediaoverseas.com