คลังเก็บหมวดหมู่: การพัฒนาสมอง

หลับสนิทด้วย 20 วิธีง่ายๆ ตอนที่( 6-10 )

ตอนที่( 6-10 )

6. อ่านหนังสือเล่มที่ไม่ค่อยชอบก่อนเข้านอน

การอ่านหนังสือเล่มที่คุณไม่ค่อยชอบก่อนเข้านอนนั้นจะส่งผลให้นอนหลับง่ายขึ้น เนื่องจากสมองมักจะทำแต่เฉพาะในสิ่งที่ชอบการอ่านหนังสือ เล่มที่คุณไม่ค่อยชอบจะทำให้เกิดความเบื่อหน่ายและสายตาเมื่อยล้า เมื่อสมองและสายตาเมื่อยล้า คุณก็จะต้องการการผักผ่อน

รู้หรือไม่

คุณอาจจะลองเปลี่ยนมาอ่านหนังสือที่มีแต่ภาษาอังกฤษล้วนๆ ก่อน เข้านอน นอกจากจะทำให้นอนหลับง่ายขึ้นแล้ว การอ่านภาษาอังกฤษซึ่งอาจ จะอ่านแบบผ่านตาและไม่จำเป็นต้องเข้าใจความหมายในทุกคำ ยังช่วยฝึกทักษะทางภาษาและถือเป็นการใช้ความรู้บำรุงสมองก่อนนอนด้วย

7. เขียนบันทึกส่วนตัวก่อนเข้านอน

วิธีนี้จะช่วยให้คุณได้ทบทวนตัวเองว่าในแต่ละวันที่ผ่านมาได้ทำอะไรลงไปบ้าง คุณอาจจะเขียนสิ่งที่ได้ทำเล็กๆ น้อยๆ เช่น คำนวณค่าใช้จ่ายที่ใช้ ในแต่ละวันอย่างคร่าวๆ เพื่อเป็นการฝึกสมองในทักษะด้านการคำนวณไปด้วย โดยการเขียนบันทึกส่วนตัวก่อนเข้านอนนั้น ไม่ควรเขียนด้วยความรีบ ร้อนและเอาจริงเอาจัง แต่ควรเขียนแบบเรื่อยๆ ทั้งในเรื่องที่มีสาระและไม่มี สาระ ซึ่งจะทำให้สมองทำงานช้าลง จนในที่สุดก็จะรู้สึกง่วงนอนและอยากพักผ่อน

รู้หรือไม่

บันทึกประจำวันเป็นสิ่งที่ควรเขียนทุกวันเพราะนอกจากจะช่วยให้คุณรู้ ว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นในชีวิตประจำวันแล้ว การเขียนบันทึกประจำวันยัง ทำให้คุณจำเหตุการณ์ต่างๆ ได้นานขึ้นด้วย

8. ออกกำลังกายให้เป็นประจำ

นอกจากการออกกำลังกายจะช่วยให้คุณมีสุขภาพแข็งแรงแล้ว การออกกำลังกายบางประเภท เช่น ยิงธนู ปาเป้าและโยนเปตอง ยังช่วยเพิ่ม ทักษะการคิดการวางแผนการให้แก่การทำงานของสมองซีกซ้ายด้วย

นอกจากนี้ การออกกำลังกายยังช่วยให้คุณได้ใช้พลังงานที่ได้จาก อาหารที่คุณกินเข้าไปมาเพาพลาญไขมันที่มีอยู่ในร่างกาย เมื่อพลังงาน ถูกใช้ไปจนหมดร่างกายก็อยากพักผ่อนและการออกกำลังกายก็ช่วยให้นอนหลับอย่างสนิท

รู้หรือไม่

การออกกำลังกายเป็นประจำจะลดโอกาสเสี่ยงที่จะป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ ไมเกรน เส้นเลือดในสมองตีบและเส้นเลือดในสมองโป่งพอง

9. อย่านอนกลางวันติดต่อกันหลายชั่วโมง

อย่านอนตอนกลางวันติดต่อกันหลายชั่วโมง เพราะการนอนตอนกลาง วันจะทำให้สมองไม่สามารถจดจำเวลาเข้านอนที่แน่นอนได้และการนอน กลางวันจะทำให้ร่างกายรู้สึกว่าได้พักผ่อนแล้ว เมื่อถึงเวลาเข้านอนตอนกลาง คืน คุณจะรู้สึกไม่อยากหลับตาและไม่ง่วง เพราะร่างกายยังไม่รู้สึกอ่อนล้า และไม่อยากพักผ่อน ซึ่งอาจจะต้องใช้ระยะเวลานานกว่าปกติกว่าคุณจะรู้สึก ง่วงนอนและนอนหลับได้อย่างสนิท

รู้หรือไม่

การนอนกลางวันจะทําให้สมองเข้าใจผิดว่า สมองได้รับการพักผ่อน อย่างเต็มที่แล้ว และเมื่อตื่นขึ้นมาคุณจะรู้สึกว่าร่างกายอ่อนเพลีย เนื่องจาก ร่างกายปรับตัวไม่ทันจากการนอนที่ผิดเวลา

10. ไม่กินอาหารก่อนเข้านอน

การกินอาหารก่อนนอน นอกจากจะทำให้อ้วนแล้วยังจะส่งผลให้เกิดอาการนอนไม่หลับ เนื่องจากหากกินอิ่มมากจนเกินไปร่างกายจะไม่สามารถ ย่อยอาหารได้และการนอนทั้งๆ ที่อาหารยังไม่ย่อยก็จะทำให้เกิดอาการพะอืด พะอม อึดอัด ไม่สบายตัว และอาเจียน ซึ่งการกินอาหารก่อนเข้านอนนั้นยัง จะทำให้สมองเข้าใจว่าเมื่อกินในตอนกลางคืนก็แสดงว่าร่างกายต้องใช้ พลังงาน เมื่อมีพลังงานร่างกายก็จะไม่ง่วงและพร้อมที่จะทำงาน

รู้หรือไม่

การกินอาหารก่อนเข้านอนจะทำให้คุณเกิดความเคยชิน และเมื่อไรที่ คุณไม่ได้กินอาหารก่อนเข้านอนคุณก็จะนอนไม่หลับ

Read the book you don’t like before going to bed.

Reading books that you don’t like before going to bed will make it easier to sleep. Because the brain tends to only do things like reading A book that you don’t really like will cause boredom and tired eyes. When the brain and eyes are tired You will need some rest.

Did you know?

You may try to read books that only contain English. Before going to bed in addition to making it easier to sleep Reading in English which may Will be read through the eyes and not necessary to understand the meaning in every word Also helps to practice language skills and is considered as the use of knowledge to nourish the brain before bedtime.

Write a personal note before going to bed .

This will allow you to review what you have done each day. You may write a few things you have done, such as calculate the expenses used. Roughly each day In order to train the brain in calculation skills as well By writing a personal journal before going to bed Should not be written in a hurry Hot and serious But should keep writing Both in matter that has subject matter and no matter Which will slow down the brain Until finally feeling sleepy and wanting to rest.

ตอนที่( 6-10 )

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ : Google / Youtube

แนะนำติชม : chinamediaoverseas.com

หลับสนิทด้วย 20 วิธีง่ายๆ ตอนที่( 1-5 )

ตอนที่( 1-5 )

ตอนที่( 1-5 )

ที่จะทำให้สมองได้พักผ่อนอย่างเต็มที่

เมื่อสมองได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ ระบบประสาทรวมถึงการทำงานของร่างกายและความรู้สึกจะทำงานได้ดีขึ้นด้วย แต่ถ้าร่างกายเหนื่อยล้าเพราะสมองพักผ่อนน้อยก็จะส่งผลเสียต่อตัวคุณเองเป็นอย่างมากมาย เช่น คุณอาจจะรู้สึกหงุดหงิดโดยไม่รู้ตัว กลายเป็นคนที่มีความจำสั้น สมอง เบลอ และไม่ต้องการที่จะเรียนรู้เรื่องราวต่างๆ รอบตัว ซึ่ง 20 วิธีง่ายๆ ต่อไป นี้จะทำให้คุณที่สามารถนอนหลับอย่างสนิทได้ในทุกๆ วัน

1. เลิกกังวลกับทุกปัญหารอบตัว

ในชีวิตประจำวันทุกคนต่างมีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาจากการ ทำงาน ปัญหาในครอบครัว ปัญหาหัวใจและปัญหาจุกๆ จิกๆ ที่มีอยู่รอบตัว ซึ่งปัญหาเหล่านี้ล้วนแต่เป็นตัวการที่ทำให้นอนไม่หลับ และวิธีง่ายๆ ที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ คือ ก่อนล้มตัวลงนอนให้คุณหยุดคิดฟุ้งซ่านและเลิกกังวล กับปัญหาทุกเรื่อง และยอมรับในความเป็นจริงว่าปัญหาได้เกิดขึ้นแล้ว ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีหนทางแก้ไขปัญหาในตอนนี้ แต่คุณก็จําเป็นที่จะต้องนอนหลับ เพื่อให้สมองได้พักผ่อนและพร้อมที่จะต่อสู้กับปัญหาในวันพรุ่งนี้

รู้หรือไม่

หลังตื่นนอนคุณจะพบว่าการนอนหลับสนิทจะช่วยให้สมองสามารถหาทางแก้ไขปัญหาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งปัญหาที่คิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ในเมื่อวาน อาจจะกลายเป็นเรื่องเล็กในวันนี้ก็ได้

2. นึกถึงเรื่องดีๆ

ในระหว่างวันนอกจากคุณจะเจอกับปัญหาที่รายล้อมตัวแล้ว เชื่อว่าในขณะเดียวกันคุณก็ต้องพบเจอกับเรื่องดีๆ บ้าง แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่ก็ทำให้คุณยิ้มได้ ซึ่งในขณะที่คุณกำลังจะนอนให้นึกถึงเรื่องดีๆ ที่เกิดขึ้นในระหว่างวันเอาไว้ เพราะเมื่อนึกถึงเรื่องดีๆ และเรื่องราวที่ทำให้เกิดความประทับใจสมองจะหลั่งสารแห่งความสุขออกมา ซึ่งสารตัวนี้จะช่วยทำให้คุณนอนหลับง่ายขึ้น

รู้หรือไม่

ก่อนเข้านอนอย่าคิดถึงเรื่องแย่ๆ ที่เกิดขึ้นในระหว่างวัน เพราะจะทำให้คุณวิตกกังวลและนอนหลับฝันร้าย เนื่องจากจิตใต้สำนึกยังวิตกกับเรื่อง แย่ๆ เหล่านั้นอยู่

3. เข้านอนให้เป็นเวลา

ควรกำหนดเวลานอนให้ชัดเจน เพราะสมองจะจดจำเวลาเข้านอนได้อย่างแม่นยำ ดังนั้น หากคุณเข้านอนเป็นเวลาสมองจะรู้หน้าที่ในการทำงาน และตั้งกลไกอัตโนมัติในการนอนไว้ ส่งผลให้ในตอนกลางวันร่างกายจะทำงานได้อย่างเต็มที่และเมื่อถึงตอนกลางคืนร่างกายก็ง่วงนอนและอยากพัก ผ่อนในทันที

รู้หรือไม่

ข้อควรระวัง หากคุณเป็นคนนอนหลับและตื่นเป็นเวลา คุณต้องรู้จักปรับตัวให้เวลาทำงานสมดุลกับเวลาพักผ่อนด้วย มิฉะนั้นกลไกการนอนหลับ อัตโนมัติที่สมองตั้งไว้จะไม่ได้ผลเลย หากคุณยังนอนหลับไม่เป็นเวลา

4. ปรับสภาพแวดล้อมในห้องนอนให้เหมาะสม

คุณควรแยกห้องนอนกับห้องทำงานออกจากกัน เพราะหากห้องนอน กลายเป็นห้องทำงานจะส่งผลให้สมองไม่ทราบหน้าที่ชัดเจนและไม่สามารถ ออกคำสั่งกับร่างกายได้ว่า ควรจะทำงานหรือนอนหลับ ดังนั้น คุณควรใช้ห้องนอนเพื่อการพักผ่อนอย่างแท้จริงและไม่ควรนำงานกลับมาทำต่อที่ห้องนอน ซึ่งห้องนอนที่ดีนั้นควรมีสภาพอากาศที่ถ่ายเท และควรมีการเปลี่ยนผ้าปู ที่นอนทุก 2 อาทิตย์ ที่สำคัญห้องนอนต้องสะอาดไร้ฝุ่นเพราะเวลาที่หายใจ เข้า-ออก คุณจะได้รู้สึกปลอดโปร่งโล่งสบายเหมาะแก่การนอนหลับฝันดีเป็นที่สุด

รู้หรือไม่

หากทาสีห้องนอนด้วยเฉดสีอ่อนๆ เช่น สีขาวครีม สีฟ้าอ่อน และเขียว ออน จะช่วยทำให้คุณนอนหลับสบายมากยิ่งขึ้น เพราะสีโทนนี้จะให้ความ รู้สึกสบายตา

5. ความเงียบจะช่วยให้หลับสนิทมากขึ้น

ระหว่างที่นอนหลับไม่ควรเปิดทีวีและวิทยุทิ้งเอาไว้ เพราะจะทำให้นอนหลับไม่สนิท และเสียงจากทีวีและวิทยุจะส่งสัญญาณก่อกวนคลื่นสมอง ซึ่งระหว่างที่คุณนอนหลับเป็นช่วงเวลาที่สมอง เซลล์และเส้นประสาทจะได้ พักผ่อนอย่างเต็มที่

รู้หรือไม่

ไม่ควรนำสำลีและเศษผ้ามาอุดหูไว้ขณะที่นอนหลับ เพราะสำลีและ เศษผ้าอาจจะทำให้คุณรู้สึกอึดอัดและรู้สึกไม่สบายตัวจนทำให้คุณหลับไม่สนิท

Episode (1-5)

To make the brain relax and rest

When the brain is fully rested The nervous system, including bodily functions and feelings, will work better. But if the body is tired because the brain is resting, it will have a profound effect on you. For example, you may feel irritated without knowing it. Becoming a person with short memory, brain blurred And don’t want to learn various stories around you, which are 20 easy ways to continue This will allow you to sleep completely every day.

1. Stop worrying about every problem around you.

In everyday life, everyone has a problem. Whether it is work problems, family problems Heart problems and other heart problems That exists around In which these problems are all causes of insomnia And an easy way to solve these problems is Before laying down, stop thinking and worry. With all problems And accept the fact that the problem has already occurred Although there is still no way to fix the problem at this time But you also need to sleep To allow the brain to rest and ready to fight tomorrow’s problems.

ตอนที่( 1-5 )

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ : Google / Youtube

แนะนำติชม : chinamediaoverseas.com

นอนท่าไหนจึงจะเป็นผลดีต่อสมอง

นอนท่าไหนจึงจะเป็นผลดีต่อสมอง

นอนท่าไหนจึงจะเป็นผลดีต่อสมอง

นอกจากการนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอจะช่วยทำให้สมองสดใสและทำให้คุณมีความจำดีเยี่ยมขึ้นแล้ว การนอนหลับในท่านอนที่ถูก วิธีก็ยังช่วยเสริมให้สมองทำงานดีด้วย และในขณะเดียวกันหากนอนหลับ ในท่านอนแบบผิดๆ ก็จะส่งพลเสียกับสมองเช่นกัน

นอนหงาย

เป็นท่านอนที่สบายๆ ซึ่งคนทั่วไปมักจะนอนหลับกันในท่านี้ โดยการ นอนในท่านอนหงายนี้ จะช่วยให้สมองสามารถควบคุมการหายใจได้เป็นปกติ และทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนจากการหายใจได้อย่างเต็มที่ ซึ่งออกซิเจน เป็นพลังงานสำคัญที่ช่วยให้การทำงานของสมองอยู่ในระดับปกติ

รู้หรือไม่

  • ไม่ควรใช้หมอนซ้อนกัน 2-3 ใบ ในเวลาที่นอนหลับ เพราะนอกจาก จะทำให้ปวดต้นคอแล้วยังทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองได้น้อย
  • สำหรับผู้ป่วยโรคไซนัส การนอนหงายจะช่วยบรรเทาอาการปวดไซนัสด้วย

นอนตะแคงขวา

ท่านอนตะแคงขวา เป็นท่าที่ปลอดภัยต่อสมอง นอกจากจะทำให้ออกซิเจนไปเลี้ยงสมองได้ดีแล้ว ยังทำให้หัวใจเต้นสะดวกขึ้นด้วย เพราะสมองกับหัวใจต้องทำงานสัมพันธ์กัน หากหัวใจทำงานเป็นปกติ สมองก็จะทำงานเป็นปกติควบคู่กันไปด้วย

รู้หรือไม่

  • ข้อดีของการนอนในท่านี้จะช่วยลดอาการปวดหลังได้
  • หากคุณนอนตะแคงขวาจะทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น ซึ่งการนอนในท่านี้จะช่วยให้ไม่มีอาหารคั่งค้างอยู่ในกระเพาะอาหาร เนื่องจากเมื่อนอนตะแคงขวากระเพาะอาหารจะบีบกากอาหารลงไปที่ลำไส้เล็กได้ ง่ายขึ้น
  • ไม่ควรนอนในท่าตะแคงขวานานๆ เพราะจะทำให้ปวดต้นคอและ ไหล่ขวา
  • ในการนอนท่าตะแคงขวาต้องไม่ใช้หมอนที่สูงหรือต่ำจนเกินไป เพราะจะทำให้ไหล่ซ้ายเกิดอาการปวดเกร็ง

นอนตะแคงซ้าย

การนอนในท่านอนตะแคงซ้าย คุณควรมีหมอนข้างหรือหมอนรองขา ไว้ข้างตัวด้วย เพราะการนอนตะแคงซ้ายจะทำให้จังหวะการเต้นของหัวใจ ทำงานได้ช้าลง เนื่องจากร่างกายกดทับอยู่ที่บริเวณซ้าย หัวใจจึงต้องใช้แรงในการเต้นเพิ่มสูงขึ้น คุณจึงควรใช้หมอนข้างมาหนุนที่ไหล่ซ้ายไว้เพื่อให้ร่างกายบิดตัวอยู่ในองศาที่เหมาะสม โดยการนอนท่านี้ก็ทำให้ออกซิเจน สามารถไปเลี้ยงสมองได้ตามปกติ ดังนั้นจึงจัดว่าท่านอนตะแคงซ้ายเป็นท่านอนที่ปลอดภัยต่อสมอง

รู้หรือไม่

  • ผู้ป่วยโรคปอดหรือผู้ป่วยที่มีแผลในปอดด้านซ้าย ไม่ควรนอนในท่า ตะแคงซ้าย เพราะจะทําให้การสูดลมหายใจเข้าปอดลำบากมากยิ่งขึ้น
  • หากคุณเป็นคนที่ชอบกินอาหารก่อนเข้านอน ก็ไม่ควรที่จะนอนหลับในท่านี้ เพราะจะทำให้เกิดอาการจุกเสียดและอาหารในกระเพราะยัง ย่อยยากอีกด้วย ส่งผลให้คุณเกิดอาการนอนไม่หลับตามมา
  • ไม่ควรนอนในท่าตะแคงซ้ายนานๆ เมื่อรู้สึกตัวควรเปลี่ยนท่านอน เป็นท่านอนตะแคงขวาและนอนหงายบ้าง เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายเกิด อาการเมื่อเกร็ง ซึ่งอาจส่งผลให้ร่างกายจะรู้สึกเมื่อยล้าเมื่อตื่นนอน

​​ Which position will benefit the brain?

Aside from getting enough sleep, it helps to brighten your brain and improve your memory. Sleep in the correct position The method also helps the brain to work well. And at the same time, if sleeping In the wrong position Will spoil the brain as well.

Lie on your back.

It’s a comfortable sleeping position. In which people tend to sleep in this position By sleeping in this supine position Will help the brain to control breathing normally And allows the body to fully receive oxygen from breathing Is an important energy that helps the brain function at normal levels.

Did you know?

  • 2-3 overlapping pillows should not be used. At the time of sleeping because Will cause neck pain and cause less blood flow to the brain.
  • For sinus patients Lie on your back will also help relieve sinus pain.

Lie on the right side

Right side posture Is a position that is safe for the brain Aside from allowing oxygen to feed the brain well Also makes the heart beat more easily Because the brain and the heart have to work together If the heart works normally The brain will work normally as well.

นอนท่าไหนจึงจะเป็นผลดีต่อสมอง

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ : Google / Youtube

แนะนำติชม : chinamediaoverseas.com

วิธีพักผ่อน ให้สมองได้ผ่อนคลาย จากความตึงเครียด

วิธีพักผ่อน ให้สมองได้ผ่อนคลาย จากความตึงเครียด

วิธีพักผ่อน

เป็นเรื่องธรรมดาในการทำงานมาตลอดทั้งวัน ที่จะทำให้สมอง รู้สึกอ่อนล้าและเหน็ดเหนื่อยจากการใช้ความคิด ซึ่งหากคุณต้องทำงาน ติดต่อกันทุกวันโดยที่ไม่มีเวลาได้หยุดพักผ่อนอย่างเต็มที่ ก็จะส่งผลให้ สมองและร่างกายเกิดความเครียด ซึ่งกลายเป็นตัวการสำคัญที่จะทำให้ ป่วยเป็นโรคทางสมองหลายประเภท เช่น โรคอัลไซเมอร์ อัมพาต เส้น เลือดในสมองตีบ เป็นต้น นอกจากนี้ความเครียดยังส่งผลต่อการ ทำงานในระยะยาวของสมอง ที่จะมีพลต่อความทรงจำ ทำให้มักเสื่อมลง ตามอายุที่มากขึ้นอีกด้วย

วิธีที่จะทำให้สมองได้พักผ่อนอย่างเต็ม และเป็นไปตามระบบของกลไกของร่างกายก็คือ การนอน ซึ่งคุณควรเรียนรู้การนอนอย่างถูกวิธี เพื่อที่จะให้สมองได้พักผ่อนอย่างมีประสิทธิภาพ สูงสุด และนอกเหนือจากการนอนที่ถูกวิธีแล้ว คุณก็ควรจะหาวิธีผ่อนคลายจากความตึงเครียด ให้กับสมองด้วยวิธีอื่นๆ ด้วย ซึ่งมีเคล็ดลับการผ่อนคลายความตึงเครียดหลายวิธีที่ผู้เขียน อยากจะแนะนำเคล็ดลับดีๆ ดังต่อไปนี้

การนอนหลับคือการพักผ่อนสมองที่ดี ที่สุด

สมองเป็นส่วนประกอบของร่างกายที่คอยสั่งการให้ร่างกายคุณ ทํางานเกือบตลอดทั้งวัน ซึ่งหากสมองไม่ได้รับการพักผ่อนคุณจะรู้สึกได้ทันทีว่า สมองจะเบลอๆ คิดอะไรไม่ค่อยออก และร่างกายจะเคลื่อนไหว และกระทำสิ่งต่างๆ ได้เช้าลง ซึ่งวิธีที่ดีที่สุดที่จะให้อาการเหล่านี้หายไปและ ทำให้สมองกลับมาทำงานได้ดีตามปกติคือ การนอนหลับ

โดยทั่วไปหากร่างกายได้รับการนอนหลับอย่างเพียงพอจะส่งผลดีต่อ ทางานของสมองเป็นอย่างมาก แต่หากร่างกายนอนหลับน้อย ไม่ค่อย พยงพอ ก็จะส่งผลเสียต่อสมอง ซึ่งผลดีและผลเสียของการนอนน้อยและการ อดนอนมีดังนี้

ผลดีต่อสมองหากนอนหลับอย่างเพียงพอ

1. การนอนหลับช่วยให้สมองได้พักผ่อนจากอาการเมื่อยล้าที่เกิดจาก ใช้ความคิดอย่างหนักหน่วงในตลอดทั้งวันที่ผ่านมา

2. ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการคิดการคำนวณ ตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น

3. เป็นช่วงเวลาสำคัญที่ทำให้สมองจะสร้างสารสื่อประสาทที่ช่วยใน ด้านความจำ การทรงตัว การพูด และการแสดงท่าทาง

4. ทำให้ความจำดีขึ้น

5. การนอนหลับที่เพียงพอจะช่วยทำให้สมองสามารถสร้างจินตนาการ และมีความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น

6. การนอนหลับจะทำให้ร่างกายสดชื่นและรู้สึกกระปรี้กระเปร่า

7. ในขณะที่คุณนอนหลับสมองจะสั่งให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันโรค ดังนั้นช่วงเวลาที่คุณพักผ่อนคือช่วงเวลาที่สารภูมิคุ้มกันโรคจะทำงาน เพื่อทําให้ คุณมีสุขภาพแข็งแรง

8. ระหว่างที่นอนหลับสมองจะทําหน้าที่ซ่อมแซมเซลล์ประสาทใน สมองที่สึกหรอ

9. ทำให้อารมณ์ดีและรู้สึกสมองปลอดโปร่ง

10. การนอนหลับช่วยป้องกันการเกิดโรคทางสมองเช่น เส้นเลือดใน สมองตีบ เส้นเลือดในสมองโป่งพองและเส้นเลือดในสมองแตก

11. นอกจากนี้แล้วการนอนหลับยังช่วยทำให้ต่อมไร้ท่อที่อยู่ใต้สมอง ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมฮอร์โมนเพศและฮอร์โมนต่างๆ ในร่างกาย หลังฮอร์โมน ออกมาในระดับปกติด้วย

รู้หรือไม่

  • ทารกแรกเกิดควรนอน 14-16 ชั่วโมง เด็กในวัยกำลังโตต้องนอนวันละ 10-12 ชั่วโมง ส่วนผู้สูงอายุจะนอน 5-6 ชั่วโมง และคนปกติจะนอนวันละประมาณ 6-8 ชั่วโมง
  • ถ้าคิดอะไรไม่ออก ให้ลองนอนหลับสัก 10-15 นาที เมื่อตื่นขึ้นมาจะ รู้สึกสมองปลอดโปร่งมากยิ่งขึ้น
  • หากใช้เวลานอนหลับตอนกลางวันนานประมาณ 90 นาที จะทำให้ คุณสามารถจำเหตุการณ์หรือเรื่องราวต่างๆ ได้นานขึ้นและยังทำให้คุณมีความจำดีขึ้นอีกด้วย
  • ขณะที่นอนหลับร่างกายจะสร้างและหลังโกรท ฮอร์โมน (Growth Hormone) ออกมา โดยฮอร์โมนตัวนี้จะถูกหลั่งออกมาจากต่อมใต้สมอง ซึ่ง โกรทฮอร์โมนจะทำหน้าที่ควบคุมการเจริญเติบโตของร่างกาย เช่น ความสูง เตี้ยและน้ำหนักตัว อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการสร้างอสุจิในเพศชายและการตก ไข่ในเพศหญิง

ผลเสียต่อสมองเมื่อนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ

1. สมองจะอ่อนล้า ส่งผลให้การคิดการตัดสินใจผิดพลาดง่าย 2. มีอาการเชื่องซึมกลายเป็นคนทำอะไรช้า

3. เมื่อเส้นประสาทในสมองที่ทําหน้าที่ควบคุมความรู้สึกไม่ได้พักผ่อน อย่างเต็มที่ จะส่งผลให้การทำงานของระบบประสาทมีความผิดปกติ ซึ่งคนที่ อดนอนจะรู้สึกหงุดหงิดและโมโหง่าย

4. หากคุณอดนอนระบบประสาทจะทำงานหนักขึ้น ส่งผลให้สมองไม่อยากเรียนรู้เรื่องราวแปลกใหม่ และคุณจะกลายเป็นคนหมกมุ่นอยู่ในกรอบความคิดเดิมๆ

5. สมองที่ไม่ได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่จะไม่สามารถสร้างและหลั่งสารภูมิคุ้มกันโรคได้ ส่งผลให้ร่างกายอ่อนแอเจ็บไข้ได้ป่วยง่าย

6. การนอนน้อยจะทำให้ฮอร์โมนเพศทำงานผิดปกติ ซึ่งอาจทำให้ ร่างกายของคุณเจริญเติบโตช้า ซึ่งการทำงานที่ผิดปกติของฮอร์โมนเพศจะส่งผลต่อรูปร่าง เช่น คุณอาจจะสูงเกินมาตรฐานหรือร่างกายอาจจะแคระเก็น และเตี้ยกว่าคนปกติ

7. สภาพจิตใจแย่และหดหู่

8. หากสมองไม่ได้พักผ่อนตามปกติ ระบบไหลเวียนโลหิตจะทำงานผิด ปกติ ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองได้นอนและอาจนำไปสู่การป่วยเป็นโรคเส้น เลือดในสมองตีบ

9. ผู้ที่อดนอนบ่อยๆ จะกลายเป็นคนที่มีความจำสั้นและไม่สามารถจำอะไรได้นาน

รู้หรือไม่

  • หากร่างกายไม่ได้นอนหลับอย่างเพียงพอ ต่อมใต้สมองก็จะหลั่ง สารโกรท ฮอร์โมนน้อยกว่าปกติ ส่งผลให้น้ำตาลในเลือดต่ำและทำให้เกิดโรค ลมชักได้
  • บุคลิกภาพภายนอกของคนอดนอนจะดูไม่ดี เนื่องจากเมื่อนอนไม่ พอร่างกายก็จะรู้สึกห่อเหี่ยว ซึ่งคนอดนอนมักเดินหลังค่อมเพราะไม่มีแรง
  • สาวๆ คนไหนที่หลับไม่สนิทหรือพักผ่อนน้อย นอกจากขอบตาจะช้ำ แล้ว การอดนอนยังทำให้เกิดริ้วรอยบนใบหน้าทำให้หน้าของคุณดูแก่ก่อนวัยอันควรด้วย

Did you know?

  • If the body doesn’t get enough sleep The pituitary gland will produce less hormone than normal. Resulting in low blood sugar and causing disease Seizures can be
  • The external personality of the sleepless person will not look good. Because when not sleeping When the body feels depressed Where sleep deprivation usually hunches because there is no force.
  • Any girl who doesn’t sleep well or relax In addition to the bruising of the eyes, sleep deprivation also causes facial wrinkles to make your face look premature.

วิธีพักผ่อน ให้สมองได้ผ่อนคลาย จากความตึงเครียด

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ : Google / Youtube

แนะนำติชม : chinamediaoverseas.com

ท่ากระดกเท้า เพิ่มสมาธิให้สมอง

ท่ากระดกเท้า เพิ่มสมาธิให้สมอง

ท่ากระดกเท้า

ท่านี้เป็นท่าที่ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดที่สะสมอยู่ในส่วนท้ายของสมอง ซึ่งสมองส่วนนี้ทำหน้าที่ควบคุมการทรงตัวและกล้ามเนื้อทั้งหมด ซึ่งการบริหารสมองด้วยท่านี้เป็นประจำ จะทำให้คุณมีสมาธิในการเรียนและการทำงานเพิ่มขึ้น ซึ่งสามารถทำง่ายๆ ดังนี้

1. นั่งไขว่ห้าง วางตัวให้สบายๆ

2. กระดกปลายเท้าขึ้น-ลง พร้อมกับใช้มือนวดขาช่วงหัวเข่าถึงข้อเท้า

3. ทำสลับไปมาทั้งข้างซ้ายและขวา

4. ทำติดต่อกันประมาณ 5 นาที แล้วจึงหยุด

นวดเท้าคลายความเครียดให้สมอง

ท่าบริหารท่านี้เป็นการช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อและเส้นประสาทที่อยู่บริเวณฝ่าเท้า และช่วยทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายจากความเครียดและความวิตกกังวล ซึ่งหากทำเป็นประจำจะทำให้ระบบไหลเวียนไปเลี้ยงสมองได้ดีขึ้น และจะส่งผลให้คุณรู้สึกเบิกบาน อีกทั้งยังช่วยป้องกันการป่วย เป็นโรคไมเกรนอีกด้วย ซึ่งสามารถทำง่ายๆ ดังนี้

1. นั่งบนเก้าอี้ด้วยท่าทางที่สบายๆ

2. ยกเท้าขวาขึ้นพาดไว้บนเข่าซ้าย

3. ใช้มือซ้ายกุมฝ่าเท้าขวา พร้อมกับบีบนวดให้ทั่วเท้า

4. ใช้นิ้วชี้กับนิ้วกลางกดและนวดบริเวณร่องนิ้วเท้าทั้ง 5 นิ้ว

5. ทำสลับไปสลับมาประมาณ 3 นาทีแล้วจึงหยุด

Foot massage relieves stress for the brain

This posture helps to relax the muscles and nerves in the soles of the feet. And helps you feel relaxed from stress and anxiety Which, if done regularly, will improve the circulation to the brain And will result in you feeling joyful It also helps prevent sickness. As well as migraine Which can be easily done as follows:

1. Sit on a chair with a comfortable posture.

2. Lift the right foot up on the left knee.

3. Use the left hand to hold the right foot. While squeezing all over your feet

4. Use the index finger and middle finger to press and massage the groove area of ​​both toes. 5 inches

5. Switch to switch for about 3 minutes and then stop.

This posture is a position that helps relax the tension that accumulates in the end of the brain. This part of the brain is responsible for controlling balance and all muscles. Which manages the brain with this posture on a regular basis Will make you concentrate on learning and working more Which can be easily done as follows:

1. Sit cross-legged, rest comfortably.

2. Downing the toes up and down With a hand to massage the legs, knee to ankle.

3. Switch between left and right.

4. Do it for about 5 minutes, then stop.

ท่ากระดกเท้า เพิ่มสมาธิให้สมอง

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ : Google / Youtube

แนะนำติชม : chinamediaoverseas.com

ท่าบริหารขา สมองก็ฉลาดได้

ท่าบริหารขา สมองก็ฉลาดได้

ท่าบริหารขา

การบริหารสมองในท่านี้ นอกจากจะช่วยผ่อนคลายความตึงที่ บริเวณน่องขาแล้ว การบริหารสมองในท่านี้ยังช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดที่สะสมอยู่บริเวณเส้นประสาทบริเวณไขสันหลังที่เชื่อมติดกับสมองอีกด้วย ซึ่งจะส่งผลทำ

Brain management in this position In addition to helping to relax the tension Leg area The brain management in this position also helps to relax the tension that accumulates around the nerves in the spinal cord that are linked to the brain. Which will result

ให้สมองไม่เครียดและช่วยเพิ่มอัตราความเร็วในการจำและอ่านหนังสืออีกด้วย ที่สำคัญหากคุณทำท่าบริหาร นี้เป็นประจำก็จะช่วยยับยั้งการปวดหัวที่เกิดจากโรคอัลไซเมอร์ด้วย ซึ่งสามารถทำง่ายๆ ดังนี้

The brain is not stressed and helps to increase the speed of memory and read books as well. Important if you pretend to manage This routine will also help prevent headaches caused by Alzheimer’s disease as well. Which can be done as follows

1. ยืนตรงให้เท้าชิดกัน ให้มือทั้งสองข้างแนบลำตัวไว้

Stand straight to the feet close together. Keep both hands attached to the body.

2. ถอยเท้าซ้ายไปข้างหลัง และยกส้นเท้าซ้ายขึ้นเล็กน้อย

Retreating the left foot back And lift the left heel slightly

3. งอเข่าขวาแล้วโน้มไปข้างหน้า ให้สะโพกของคุณอยู่ในแนวเดียวกับส้นเท้าขวา และสูดลมหายใจเข้า

Bend the right knee and lean forward. Keep your hips in line with the right heel. And breathed in

4. ผ่อนลมหายใจออก แล้วค่อยๆ กดส้นเท้าซ้ายลงพร้อมๆ กับดึงขาขวาที่งออยู่กลับมาในท่ายืนตรงอีกครั้ง

Breathe out and gently press the left heel down simultaneously And pulling the right leg that is bent back in the standing position again

5. ถอยเท้าขวาออกไปด้านหลัง แล้วทำเหมือนกัน

Retreating right foot to the back And do the same

6. ทำสลับกันไปมา 10 ครั้ง แล้วจึงหยุด

Alternately do 10 times and then stop

ท่าบริหารขา สมองก็ฉลาดได้

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ : Google / Youtube

แนะนำติชม : chinamediaoverseas.com

ขยับหัวไหล่ บริหารสมอง

ขยับหัวไหล่ บริหารสมอง

ขยับหัวไหล่

ท่านี้เป็นท่าที่ช่วยลดความตึงเครียด ของกล้ามเนื้อตั้งแต่ช่วงคอ แขน และ ไขสันหลัง ที่เกิดความเมื่อยล้าจากการนั่งทำงานเป็นระยะเวลานานๆ ติดต่อกัน ซึ่งการขยับไหล่ทั้งสองข้างนั้น จะช่วยกระตุ้น ให้เส้นประสาทที่ควบคุมการได้ยินและการรับ รู้ให้ทำงานได้ดีขึ้น ที่สำคัญท่าบริหารท่านี้จะช่วยป้องกันการเกิดโรคไมเกรนอีกด้วย ซึ่งสามารถทำง่ายๆ ดังนี้

This posture is a posture that helps reduce tension. Of the muscles from the neck, arms and spinal cord that are tired from sitting for a long period of time, which is moving both sides of the shoulder Will help stimulate Provides nerves that control hearing and reception Know to work better Importantly, this posture helps prevent migraines. Which can be done as follows

1. ใช้มือซ้ายจับไหล่ขวา แล้วบีบกล้ามเนื้อให้แน่นพร้อมกับหายใจเข้า

Use the left hand to hold the right shoulder. Then squeezing the muscles tightly while breathing in

2. หายใจออกและหันศีรษะไปทางซ้ายจนสุดตัว แล้วให้คุณมองที่ไหล่ซ้ายตัวเอง สัก 10 วินาที แล้วจึงหายใจเข้า จากนั้นจึงค่อยๆ หันศีรษะกลับมามองตรง แล้วหายใจออก พร้อมปล่อยแขนลง

Exhale and turn the head to the left until the end Then let you look at your left shoulder for 10 seconds and then breathe in Then gradually Turned his head back and looked straight and exhaled and released his arms

3. เปลี่ยนมาใช้มือขวาจับไหล่ซ้าย แล้วเริ่มทำเหมือนเดิมอีกครั้ง

Changed to use the right hand to hold the left shoulder Then start doing the same again

4. จากนั้นสูดลมหายใจเข้า แล้ววางแขนซ้ายลงบนไหล่ขวา และวางแขนขวาลงบนไหล่ซ้าย พร้อมห่อไหล่เล็กน้อย ก้มคางลงให้จรดหน้าอก

Then breathe in Then place the left arm on the right shoulder And placing the right arm on the left shoulder With a little shoulder wrap Bend the chin down to the chest

5. ยืดแขนทั้งสองข้างออกจากตัว เงยหน้าขึ้นให้ศีรษะตั้งตรงอยู่ตรง กลาง พร้อมปล่อยลมหายใจออก

Stretch both arms from the body. Lifted up his head and set his head straight in the middle and released his breath

6. เริ่มทำท่านี้ใหม่อีกครั้ง และให้ทำติดต่อกัน 12 ครั้ง แล้วจึงหยุด คุณจะรู้สึกได้ว่ากล้ามเนื้อผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น

Start doing this again And to do 12 consecutive times and then stop, you will feel the muscles relax more

ขยับหัวไหล่ บริหารสมอง

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ : Google / Youtube

แนะนำติชม : chinamediaoverseas.com

ท่าบิดแขน เพื่อสมองที่ดี

ท่าบิดแขน

ท่าบิดแขน

ท่าบิดแขนเป็นท่าที่ช่วยให้สมองทำงานประสานเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับระบบเส้นประสาทมากยิ่งขึ้น และท่านี้ช่วยกระตุ้นการรับรู้ของสมองส่วนหน้า ซึ่งทำหน้าที่ในการรับรู้และสัมผัสทำงานได้ดียิ่งขึ้นด้วย สามารถทำง่ายๆ ดังนี้

The twist of the arm is a position that helps the brain work in harmony with one another. And this posture stimulates the perception of the front brain Which serves to recognize and touch, work better as well Can do as follows

1. ยกมือทั้งสองข้างมาไขว้กันไว้ และให้มือมาอยู่ในระดับเดียวกับศีรษะ

Raise both hands together. And let the hand be at the same level as the head

2. เหยียดแขนออกไปด้านหน้า ให้จับมือประสานกัน ให้นิ้วโป้งชี้ลงพื้น แล้วพลิกมือม้วนเข้าหาตัว พักไว้ที่หน้าอก ทิ้งศอกลงสองข้าง

Stretching arms out to the front To join hands Let the thumb point down on the floor Then flip the hand to roll towards himself Rest on the chest Leave the elbow down on both sides.

3. หมุนมือออกจากตัว

Rotate the hand from the body

4. ทำซ้ำติดต่อกัน 10 ครั้ง แล้วจึงหยุด

Repeat 10 consecutive times and then stop.

Tip

ระหว่างที่ออกกำลังกายในท่านี้ ให้คุณกระดกลิ้นให้ติดแพดานปากด้วย เพื่อเป็นการกระตุ้นเส้นประสาทบริเวณลิ้นที่ทำหน้าที่ควบคุมความรู้สึกตื่นตัวให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้คุณมีสมาธิ และช่วยให้สมองสามารถจดจำสิ่งต่างๆ รอบตัวได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย

While exercising in this position Let you down the tongue to stick to the mouth. In order to stimulate the nerves around the tongue that act to control the feeling of being more alert Which will result in you concentrate And helps the brain to recognize things Around you can increase as well.

ท่าหาวนอน

ท่าหาวนอน

ท่านี้เป็นการออกกำลังกายที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อ บนใบหน้าทั้งหมด ซึ่งทุกครั้งที่คุณหาวนอนอย่างมีสติ จะช่วยกระตุ้นให้เส้นประสาทที่ควบคุมความรู้สึกและการทรงตัวตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ส่งผลทำให้คุณมีสมาธิ พร้อมที่จะคิดและสร้างสรรค์งานต่างๆ ได้มากขึ้นซึ่งสามารถทำง่ายๆ ดังนี้

1. อ้าปากกว้างๆ ทำท่าเหมือนหาวนอน แต่พยายามอ้าปากให้กว้างๆ พร้อมๆ กับจังหวะหายใจเข้า

2. หายใจออกพร้อมกับหุบปากลง

3. นวดคลึงกล้ามเนื้อบริเวณขากรรไกร

4. ทำท่านี้ติดต่อกัน 15 ครั้ง แล้วจึงหยุด

ท่าฝึกระบบประสาทในการมอง

ท่านี้เป็นท่าที่ช่วยพัฒนากระตุ้นสมองส่วนหน้าที่ใช้ในการมองเห็น โดยใช้การเคลื่อนไหวของลูกตาและมือ ซึ่งหากทำท่านี้เป็นประจำจะทำให้คุณมีสมาธิและความสงบเยือกเย็นมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจำอีกด้วย ซึ่งท่าบริหารสมองท่านี้เหมาะกับผู้ที่กำลังเรียนรู้และฝึกฝนตัวเองในทักษะด้านศิลปะและดนตรี เช่น เด็กที่กำลังหัดสีไวโอลินและผู้ใหญ่ที่กำลังหัดเรียนวาดภาพ เป็นต้น ซึ่งสามารถทำง่ายๆ ดังนี้

1. ตั้งศีรษะให้นิ่ง

2. ชูนิ้วหัวแม่มือข้างใดข้างหนึ่งให้สูงในระดับสายตา

3. เหยียดแขนออกไปให้สุด

4. ถ้าคุณยกนิ้วซ้าย ให้คุณค่อยๆ ยกนิ้วซ้ายให้สูงกว่าระดับศีรษะเล็กน้อย จากนั้นค่อยๆวาดแขนออกเหมือนกับกำลังวาดรูปวงกลมที่มีขนาดใหญ่โดยให้จุดต่ำสุดของวงกลมอยู่ที่ช่วงขา ซึ่งคุณต้องใช้ตามองที่นิ้วหัวแม่มือตลอดเวลาและให้ต้องคอยบังคับให้ศีรษะอยู่นิ่งๆ

5. จากนั้นเปลี่ยนมายกนิ้วหัวแม่มือข้างขวา แล้วทำซ้ำช้าๆ เช่นเดียวกัน

6. ทำท่านี้ติดต่อกัน 10 ครั้งแล้วจึงหยุด

ท่าบิดแขน เพื่อสมองที่ดี

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ : Google / Youtube

แนะนำติชม : chinamediaoverseas.com

ท่าเคลื่อนไหว สลับข้าง

ท่าเคลื่อนไหว สลับข้าง

ท่าเคลื่อนไหว

ท่านี้เป็นท่าที่ช่วยกระตุ้นให้สมองทั้งซ้ายและขวาทำงานร่วมกัน อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งหากคุณทำเป็นประจำก็จะช่วยทำให้คุณมีความจำดีขึ้นและช่วยให้สมองทั้งสองด้านสื่อสารถึงกันได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้สมองสามารถคิด ประมวลผล และหาวิธีการแก้ปัญหาได้เร็วขึ้น นอกจากนี้คุณควรรู้ไว้ว่าการบริหารสมองด้วยท่านี้ จะทำให้คุณเป็นคนที่สามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีอีกด้วย ซึ่งสามารถทำง่ายๆ ดังนี้

This posture is a position that helps stimulate the left and right brain to work together. More efficiently Which, if you do it regularly, will help you to have better memory and help both sides communicate more quickly As a result, the brain can think of the process and find solutions to problems faster. You should also know that managing the brain with this position Will make you a person who can solve immediate problems as well Which can be done as follows

1. ยืนตัวตรง ยกไหล่ให้สูง

Standing upright, lifting the shoulders high

2. ย่ำฝ่าเท้าอยู่กับที่ 10 ครั้ง

Stomp the foot with 10 times

3. จากนั้นให้เอาศอกซ้ายมาแตะเข่าขวา และสลับเอาศอกขวามาแตะเข่าซ้าย ทำสลับไปสลับมา 20 ครั้ง

Then, take the left elbow to touch the right knee. And switch the right elbow to the left knee Switch to switch 20 times

4. กลับมายืนตัวตรง

Stand up straight

5. ทำซ้ำอีกครั้ง โดยใช้เวลาประมาณ 5 นาทีจึงหยุด

Repeat again Which takes about 5 minutes to stop

ท่าเคลื่อนไหว สลับข้าง

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ : Google / Youtube

แนะนำติชม : chinamediaoverseas.com

ท่าบริหารสมอง

ท่าบริหารสมอง

ท่าบริหารสมอง

สำหรับคนที่ไม่มีเวลาออกกำลังกาย แต่ต้องการให้สมองทำงานเป็นปกติ ก็ขอให้ลองมาออกกำลังกายสมองด้วยท่าบริหารสมองที่สามารถทำง่ายๆ และทำได้ทุกเวลาด้วยตัวคุณเอง ซึ่งด้วยท่าบริหารสมองทุกท่าต่อไปนี้จะช่วยทำให้สมองทั้งซีกซ้ายและซีกขวา รวมถึงระบบประสาทเกิดความสมดุลในการทำงานมากยิ่งขึ้น

For people who do not have time to exercise But want the brain to function normally I would like to try to exercise the brain with a brain exercise that can be done easily. And can do it all the time on your own With every brain management posture, this helps the brain in both the left and right hemispheres Including the nervous system resulting in a more balanced work

ซึ่งหากคุณออกกำลังกายสมองด้วยท่าบริหารสมองเป็นประจำ ทุกวัน ก็จะช่วยป้องกันโรคทางสมอง เช่น โรคเส้นเลือดในสมองตีบ โรคอัลไซเมอร์ และโรคปวดไมเกรน อีกทั้งยังช่วยเพิ่มเนื้อที่ความจำให้กับสมอง และยังทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า โดยท่าบริหารสมองที่สามารถ ทำได้ง่ายๆ มีดังนี้

If you exercise your brain with a daily brain exercise, it will help prevent brain diseases such as stroke. Alzheimer’s disease And migraine It also helps to increase the memory space for the brain. And also makes you feel energized By the brain management that can be done easily is as follows.

ท่าตบศีรษะกระตุ้นเลือดให้ไปเลี้ยงสมอง The head slapping posture stimulates the blood to feed the brain.

ท่าบริหารสมองท่านี้ จะช่วยทำให้เลือดไหลไปเลี้ยงสมองได้ดียิ่งขึ้น ส่งผลให้คุณรู้สึกกระปรี้กระเปร่า และช่วยทำให้หายง่วงนอนด้วย ที่สำคัญการออกกำลังกายสมองด้วยท่านี้ จะช่วยป้องกันการป่วยเป็น โรคอัลไซเมอร์ และโรคเส้นเลือดในสมองตีบ ซึ่งสามารถทำง่ายๆ ดังนี้

This posture of the brain Will help blood flow to the brain better Resulting in you feeling energized And helps to make you sleepy Important to exercise the brain with this posture Will help prevent illness Alzheimer’s disease And stroke Which can be done as follows

1. ยืนหรือนั่งตัวตรง ตามองไปข้างหน้า

2. ใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างตบที่โคนผม ตั้งแต่บริเวณหน้าผาก แล้วค่อยๆ ตบให้ทั่วศีรษะ

3. เมื่อใช้มือตบจนทั่วศีรษะแล้ว ให้ใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ นวดที่หัว คิ้วทั้งสองข้าง ซึ่งจะทำให้คุณจะรู้สึกผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น

4. เริ่มทำตั้งแต่ขั้นตอนแรกใหม่ และให้ทำติดต่อกัน 3 ครั้งแล้วจึงหยุด

ท่าบริหารสมอง

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ : Google / Youtube

แนะนำติชม : chinamediaoverseas.com